อิตาลี ปิดประเทศแล้ว หลังยอดติดเชื้อเกือบหมื่น

อิตาลี ปิดประเทศแล้ว หลังยอดติดเชื้อเกือบหมื่น

วันที่ 10 มีนาคม apnews รายงานว่า Giuseppe Conte นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้ออกประกาศปิดประเทศอิตาลีทั้งหมด หลังจากที่ก่อนหน้าได้ประกาศปิดเพียงบางเมืองที่พบการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 ภายใต้มาตรการดังกล่าวซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที

ประเทศอิตาลีทั้งหมดจะกลายเป็นพื้นที่ควบคุม 

ผู้คนจะได้รับอนุญาตให้เดินทางเมื่อไปทำงาน หรือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในครอบครัวเท่านั้น ขณะเดียวกันยังมีคำสั่งห้ามการชุมนุมในที่สาธารณะ การท่องเที่ยวในยามค่ำคืน รวมถึงการแข่งขันกีฬาต่างๆ เช่น การแข่งขันฟุตบอล จะถูกระงับทั่วประเทศ

นายกฯ ประกาศผ่านสถานีโทรทัศน์ว่า ชาวอิตาลีจะต้องเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และหนทางที่ดีที่สุดคือผู้คนจะต้องอยู่แต่ในบ้าน หลังจากที่พบการแพร่ระบาดและการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวอิตาลีทุกคนจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อทำให้ประเทศดีขึ้น และต้องลงมือทำในขณะนี้ เราจะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือ และทำตามมาตรการที่เข้มงวด

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา อิตาลีประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 97 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมจากไวรัสโคโรนาในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 463 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันก็เพิ่มขึ้นเป็น 9,172 คนจาก 7,375 คนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และมีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในทั้ง 20 แคว้นของประเทศอิตาลีแล้ว ทำให้อิตาลีกลายเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาหนักที่สุดรองจากจีน

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 สํานักข่าว บลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท แกร็บ โฮลดิ้งส์ อิงค์ (Grab Holding) ได้ประกาศปิดสำนักงานในประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย เป็นระยะเวลา 5 วัน เพื่อฆ่าเชื้อทำความสะอาด หลังจากพบว่า ผลตรวจเลือดของพนักงานประจำสาขาสิงคโปร์ ที่เดินทางมาทำธุระที่สำนักงานประเทศไทยเป็นบวก คือติดเชื้อโควิด-19

“พนักงานประจำสาขาที่สิงคโปร์ติดเชื้อโควิด-19 พนักงานคนดังกล่าวได้รับการตรวจพบผลเลือดเป็นบวกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม และปัจจุบันอยูในความดูแลของโรงพยาบาลแล้ว” ตัวแทนบริษัทแกร็บกล่าวในแถลงการณ์

การติดเชื้อเกิดขึ้นหลังจาก เฟสบุ๊ก อิงค์ (Facebook Inc.) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ตึกเดียวกันกับบริษัทแกร็บในสิงคโปร์ยืนยันว่า มีพนักงานที่ติดเชื้อไวรัสแล้ว ทางเฟสบุ๊กกล่าวว่า ได้ปิดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเพื่อทำความสะอาด และให้คพนักงานที่ทำงานในพื้นที่บริเวณนั้น ทำงานที่บ้านจนถึงวันที่ 13 มีนาคม บริษัทในสหรัฐอเมริกายังปิดสำนักงานในลอนดอนจนถึงวันจันทร์ เพื่อทำความสะอาดเพราะพนักงานคนดังกล่าวได้มาทำธุระที่นี่ในเดือนกุมภาพันธ์

พนักงานแม็คฯ ญี่ปุ่น ติดโควิด-19 หลังผู้บริหารห้ามพนง.สวมแมส

จากกรณีที่ผู้บริหารแม็คโดนัลด์ได้ออกกฎห้ามพนักงานสวมหน้ากาก ในขณะที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 เนื่องจากให้เหตุผลว่าลูกค้าจะไม่เห็นรอยยิ้ม จนทำให้หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยถึงการกระทำดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ (6 มี.ค.) สื่อญี่ปุ่นอย่าง Nhk news web ได้รายงานว่า พนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดหญิงวัย 50 ปี ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโคโรน่าไวรัส ขณะทำงานอยู่ที่ แม็คโดนัลด์ Kichijoin ประเทศญี่ปุ่น จากการตรวจสอบว่า ผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปเยี่ยมบ้านที่ Miyakojima-ku ในเมืองโอซาก้า ซึ่งคาดว่าโควิด-19 ระบาดเป็นเวลาสองวันแล้ว หลังจากกลับมา มีอาการไข้ขึ้นสูงกว่า 37 องศา และผลตรวจออกมาว่าติดเชื้อ

หลังจากที่ทางแม็คโดนัลด์ทราบข่าวดังกล่าว ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพพนักงาน 22 คนที่ทำงานร่วมกัน และทำความสะอาดฆ่าเชื้อร้านตามคำแนะนำของศูนย์สาธารณสุข ก่อนที่แม็คโดนัลด์จะออกมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 โดยกล่าวว่า

“เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงาน พร้อมทั้งร่วมมือตรวจสอบและดำเนินการตามศูนย์สาธารณสุขเมืองเกียวโต อีกทั้งเสริมสร้างการป้องกันการติดเชื้อ” และได้เปลี่ยนกฎให้พนักงานสวมหน้ากากให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Kodaline วงดนตรีไอริชร็อกเตรียมตัวปล่อยผลงานอัลบั้มใหม่ชุดที่สี่ในปีนี้ หลังจากที่พวกเขาส่งซิงเกิลแรกออกมา “Wherever You Are” ด้วยยอดการสตรีมมิ่งไปแล้วกว่า 6 ล้านครั้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มิวสิควิดีโอก็มียอดวิวไปแล้วกว่า 3 ล้านวิว ไม่เพียงเท่านั้น Kodaline ยังมีโชว์การแสดงในช่วงซัมเมอร์นี้ที่โรงละคร Olympia Theatre ในดับลิน ด้วยปรากฏการณ์ที่มีผู้ชมให้การตอบรับอย่างดีมาก จนทำให้โชว์ของ Kodaline กลายเป็นวงประวัติศาสตร์ของโรงละครนี้ที่มีจำนวนการขายบัตรหมดเกลี้ยงใน 7 รอบการแสดง

ล่าสุด Kodaline ได้ส่งซิงเกิลใหม่ “Sometimes” ในดนตรีสไตล์ Acoustic Folk ออกมาให้แฟนเพลงของเขากันต่อเนื่อง โดยเพลงนี้สตีฟนักร้องนำได้กล่าวไว้ว่า “ผมเขียนเพลงนี้ขึ้นมาในช่วงที่กำลังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชียเมื่อปีที่ผ่านมา มันเป็นวันแย่ๆ ที่ผมต้องรับมือจัดการกับปัญหาความวิตกกังวลของผม และสิ่งที่ผมทำก็คือการปล่อยให้มันเป็นไปแล้วมันก็จะดีขึ้นเอง ผมจึงเริ่มเขียนเพลงนี้ขึ้นมาในห้องที่ผมพักในโรงแรมเพื่อสงบจิตใจของผมให้เย็นลง เพลงคือสิ่งที่ช่วยให้ผมผ่านมันไปได้ดีเสมอ สำหรับผมแล้วเพลงนี้เป็นเพลงที่เกี่ยวกับการยอมรับในวันที่แย่ๆนั้น และพยายามที่จะอยู่กับมันด้วยทัศนคติที่ดี”

Credit : ที่เที่ยวญี่ปุ่น | จัดอันดับต่างๆ | รีวิวของแบรนเนม | วิธีการลงทุนต่า